SCGP ไตรมาสแรกกำไรลด 26% เหลือ 1,220 ล้านบาท บรรจุภัณฑ์ยอดขายตก
บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) แจ้งงบไตรมาส 1 ปี 66 มีกำไรสุทธิ 1,220 ล้านบาท ลดลง 26% ผลจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคชะลอตัว พร้อมเตรียมงบลงทุน 18,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจในปีนี้
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ประกาศผลดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 1,220 ล้านบาท ลดลง 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการขายรวม 33,729 ล้านบาท ลดลง 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยปัจจัยหลักมาจากการล็อกดาวน์ในปีก่อนของประเทศจีน ส่งผลให้ความต้องการกระดาษบรรจุภัณฑ์ ปริมาณการขายและราคาขายปรับตัวลดลงทั้งหมด รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคก็หดตัวลงเช่นกัน ท่ามกลางภาวะอัตราเงินเฟ้อและดอกเบี้ยในระดับสูง
ด้านกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 5,949 ล้านบาท ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เท่ากับ 4,471 ล้านบาท ลดลง 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ผลการดำเนินงานแบ่งตายสายธุรกิจ
- ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร มีรายได้ 25,480 ล้านบาท ลดลง 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ธุรกิจเยื่อและกระดาศ มีรายได้ 6,805 เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ธุรกิจรีไซเคิล และส่วนงานอื่น มีรายได้ 2,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อนหน้า
ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 มี.ค. 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 198,506 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% และมีหนี้สินรวม 75,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากเดือน ธ.ค. 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เท่ากับ 5,454 ล้านบาท ลดลง 45% จากเดือน ธ.ค. 2565
สำหรับโครงการขยายกำลังการผลิตที่ดำเนินการอยู่ SCGP ระบุว่า โครงการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษลูกฟูกในประเทศไทย คาดว่าจะใช้เงินทุน 2,450 ล้านบาท เริ่มผลิตไตรมาส 1 ปี 2567 และโครงการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัว คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 450 ล้านบาท เริ่มผลิตในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ 2566
ขณะที่โครงการย้ายโรงงานจากเมืองดอร์เดรชท์ไปยังเมืองอัลบลาสเซอร์ดัม คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ไนไตรมาส 4 ปีนี้ 2566 ส่วนโครงการขยายการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในตอนเหนือของประเทศเวียดนาม กำลังผลิตส่วนเพิ่ม 370,000 ตันต่อปี คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 11,793 ล้านบาท เริ่มผลิตในปี 2568
นอกจากนี้ SCGP เดินหน้าขยายธุรกิจตั้งงบประมาณในการลงทุน (CAPEX) ราว 18,000 ล้านบาท ในปี 2566 รวมถึงยังมุ่งเน้นการควบรวมกิจการ (M&P) และการขยายธุรกิจ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย อีกทั้งยังหาโอกาสในการขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีความสามารถในการเจริญเติบโตสูงในอนาคต รวมถึงหาโอกาสในตลาดใหม่ เช่น เอเชียใต้ เป็นต้น
อ่านรายละเอียดฉบับเต็ม : คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการไตรมาสที่ 1/2566
เลือกตั้ง 2566 : เช็กเบอร์ "พรรคการเมือง 2566" แบบบัญชีรายชื่อ
สรุปเหรียญ ซีเกมส์ 2023 ล่าสุด ประจำวันอังคารที่ 9 พ.ค. 66
ประกาศ ฉ.8 "พายุฤดูร้อน" ถล่ม 16 จว.วันนี้ เตือนฝนตกหนักต่อเนื่อง 11-14 พ.ค.
เลือกตั้ง 2566 : การมีส่วนร่วมของประชาชน คือ หัวใจของการเลือกตั้ง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB